นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงเรื่องความเป็นไทย. เขาบอกว่าตอนออกแบบไม่ให้ทุกคนคิดเรื่องของความเป็นไทยเลย. แต่ให้คิดว่าออกแบบให้คนในอาเซี่ยนใช้. ผมว่าอันนี้ก็เจ๋ง เพราะวันนี้ทำสินค้ากันออกมา มัวแต่ยึดติดกับความเป็นไทยมากไปซึ่ง ผมถือว่าเป็นอีโก้ที่เราก้าวไม่พ้น เป็นส่วนที่เราอยากอวด แต่มันไม่ได้มีคนอยากได้ เพราะเราอยากอวดของที่เรามีก่อน โดยลืมนึกถึงคนอื่น ถ้าเราออกแบบโดยคิดถึงคนอื่นก่อน แล้วเรามีดีอะไรค่อยเสริมเติมแต่งทีหลัง ผมว่าการออกแบบก็จะเกิดประโยชน์มาก ใช้งานได้จริง เป็นที่นิยมได้ไม่ยาก
แต่ที่เด็ดสุด คือเขาบอกว่าตอนแรกๆ เขาเป็นนักออกแบบ เห็นช่องทางแล้วก็มาทำธุรกิจ ครั้งแรกก็ไปไม่ได้ เขาเปรียบว่าตนเองออกมาทำธุรกิจเลย ไม่ได้เรียนรู้มาก่อน ไม่ได้ลงทุนลงแรงศึกษา หรือไม่ได้โชคดีมีคนสอน ไม่เคยไปทำงานกับคนอื่นมาก่อน. พอมาทำธุรกิจ ก็เปรียบได้กับคนไม่เคยอ่านหนังสือ เรียนหนังสือ แต่ดันกระโดดไปสอบเลย ผลก็คือ "สอบตก". การสอบตกครั้งนั้นก็เลยเป็นบทเรียนให้กลับมาทำธุรกิจจนสำเร็จ
ผมเห็นคนบางคน พยายามเริ่มทำอะไรด้วยตัวเอง แต่ปฎิเสธที่จะเรียนรู้จากคนอื่น. ปฎิเสธการลงทุนทำงานกับคนอื่น อ้างว่าไม่ถนัดบ้าง ไม่อิสระบ้าง หรือพอถูกดุว่า ก็น้อยใจ โกรธ พอไม่ยอมรับความผิดเสียแล้ว มันก็เติบโตไม่ได้ มันก็ไม่แปลกที่เขาจะเริ่มต้นใหม่หลายๆครั้ง และไม่ได้ไปไหน ไม่ได้ไปข้างหน้า บางทีไปเรียกงานที่คนอื่นแนะนำว่า งานสิ้นคิด. ด้วยความหยิ่งในตัวตน งานต่างๆในชีวิตที่ไม่ชอบ ที่ไม่มายกยอเชิดชู มันไม่ดีไปหมด โอกาสที่เขาจะผิดพลาด มันก็จะมหาศาล เพราะเขาดูถูกคนอื่น เห็นคุณค่าตนเองมากไป. การจะประสบความสำเร็จได้นั้น เราต้องเรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่าง บางอย่างก็สนุก บางอย่างก็เครียด บางอย่างก็ต้องอดทน. คนที่เลือกที่จะทำงานแต่สิ่งที่ตนชอบ จะสำเร็จได้มันยาก บางทีไม่ได้ชอบยังต้องทำใจให้ชอบเลย. คนประเภทนี้จึงสอบตกอยู่บ่อยครั้ง เพราะเขาไม่พัฒนาเลย
วันนี้ผมก็สอบตกเหมือนกัน ได้ข้อคิดดีๆ มาจากรายการอะไร ใครพูดก็ไม่ได้คิดจะจำ พอเก็บมาเขียนรู้เลยว่าตัวเองไม่ได้ทำในสิ่งที่ควรจะทำ คือการให้ิกียรติต้นเรื่อง ต้นความคิด. แต่เอาเถอะ จะตั้งใจทำให้ดีขึ้นก็แล้วกัน. ขอให้การ"สอบตก". ครั้งนี้เป็นครูสำหรับการเขียนblogของผมอีกคนก็แล้วกัน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น